acoustics, sound, and vibration

วัสดุดูดซับเสียง: คุณภาพเสียงและความปลอดภัย ต้องไปด้วยกัน

วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต และสมาคมเสียงและการสั่นสะเทือนไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้สูญเสีย ผู้ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางด้านจิตใจและทรัพย์สินจากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับวัสดุตกแต่งภายในอาคาร โดยเฉพาะ “วัสดุดูดซับเสียง” ที่พบได้ทั่วไปในร้านอาหาร โรงละคร ห้องประชุม สำนักงาน และสถานบันเทิง แม้ว่าสาเหตุของเหตุการณ์จะยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การเลือกวัสดุดูดซับเสียงไม่ควรพิจารณาเฉพาะประสิทธิภาพด้านเสียงเท่านั้น

วัสดุดูดซับเสียงมีหลายประเภท เช่น โฟมอะคูสติก (Acoustic Foam), ใยแก้ว (Glass Wool), ใยหิน (Rock Wool), แผ่นใยโพลีเอสเตอร์ (PET Acoustic Panel) และวัสดุธรรมชาติ แต่ละชนิดมีข้อดี ข้อจำกัด และคุณสมบัติด้านอัคคีภัยแตกต่างกัน วัสดุบางชนิดสามารถดูดซับเสียงได้ดี แต่หากไม่ได้ผ่านการรับรองด้านการหน่วงไฟหรือการลามไฟ ก็อาจไม่เหมาะสำหรับการใช้งานในอาคารสาธารณะ

ดังนั้น การเลือกวัสดุไม่ควรพิจารณาเพียงค่า NRC (Noise Reduction Coefficient) ซึ่งเป็นดัชนีสรุปความสามารถในการดูดซับเสียงในช่วงความถี่กลาง ไม่ได้สะท้อนสมรรถนะการดูดซับเสียงในทุกย่านความถี่ แต่ควรผ่านการทดสอบและรับรองสมบัติด้านการลามไฟ การติดไฟ และการเกิดควัน ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ รวมถึงเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกับประเภทอาคาร จำนวนผู้ใช้งาน และข้อกำหนดของกฎหมายควบคุมอาคาร

ในงานออกแบบระบบเสียง ไม่มีวัสดุชนิดใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมต้องพิจารณาทั้งคุณภาพเสียง ความสวยงาม ความคงทน งบประมาณ และที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร

คุณภาพเสียงที่ดีต้องไม่แลกมาด้วยความเสี่ยงด้านความปลอดภัย การออกแบบอะคูสติกที่ดีจึงต้องคำนึงถึงทั้งสมรรถนะด้านเสียงและมาตรฐานความปลอดภัยควบคู่กัน

เสียงที่ดี เริ่มต้นจากการออกแบบที่ดี และการออกแบบที่ดี ต้องปลอดภัยด้วย

Noisy Bangkok Walk – ฟัง เสียง เมือง

ฝ่ายการศึกษาหอศิลปกรุงเทพฯ ร่วมกับ Edutainment & Socio-Interactive Computing Lab (ESIC Lab) จากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดกิจกรรมเสวนาและเดินสำรวจมลภาวะทางเสียงของเมือง ในวันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 13.00 – 16.00 น.

รายละเอียดสามารถติดตามและสมัครได้ที่ Google Form นี้ และสามารถติดตามข่าวต้นฉบับได้ที่ Facebook นี้ครับ

ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 สมาคมเสียงและการสั่นสะเทือนไทย

สมาคมเสียงและการสั่นสะเทือนไทยจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 ในวันที่ 3 มีนาคม 2566 ณ ศูนย์ประสานงานสมาคมฯ วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พร้อมจัดให้สมาชิกสามารถเข้าร่วมประชุมทางระบบออนไลน์ได้ (Zoom)

เหล่าสมาชิกได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับกิจการของสมาคมในหลายประเด็น ผลการประชุมจะนำเสนอผ่านรายงานการประชุมในโอกาสต่อไป

กรมควบคุมมลพิษขอเชิญตอบแบบสอบถามเพื่อจัดทำแผนแม่บทจัดการมลพิษทางเสียงและการสั่นสะเทือน

กรมควบคุมมลพิษขอเชิญชวนท่านผู้สนใจตอบแบบสอบถามเพื่อใช้ข้อมูลประกอบการจัดทำแผนแม่บทจัดการมลพิษทางเสียงและการสั่นสะเทือน ระยะ 15 ปี

โดยทางกรมขอความอนุเคราะห์ให้ความคิดเห็นตามประเด็นต่างๆ ในแบบสอบถามออนไลน์ (ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565) ตามลิงก์ นี้หรือสแกน QR Code ตามภาพด้านล่าง

ท่านผู้สนใจสามารถอ่านข่าวต้นฉบับได้ทางหน้าเพจ FB ของกรมควบคุมมลพิษที่ https://www.facebook.com/PCD.go.th/photos/a.174461189303943/4836067986476550/

กรมควบคุมมลพิษดำเนินโครงการจัดทำแผนแม่บทจัดการมลพิษทางเสียงและความสั่นสะเทือน ระยะ 15 ปี

เมื่อวันศุกร์ที่ 14 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษได้เชิญตัวแทนของสมาคมและบุคคลจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ารับฟังการชี้แจงโครงการจัดทำแผนแม่บทจัดการมลพิษทางเสียงและความสั่นสะเทือน ระยะ 15 ปี ขึ้น ณ ห้องประชุม 302 อาคารกรมควบคุมมลพิษ ควบคู่ไปกับการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยทางสมาคมได้ส่ง ผศ.ดร.พิทักษ์ ธรรมวาริน นายกสมาคม น.ส.กฤติกา เลิศสวัสดิ์ เหรัญญิก และ ผศ.ดร.เขมพัฒน์ ตันติวัฒนกูล เลขานุการสมาคม เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

เนื่องจากเป็นการจัดทำแผ่นแม่บทระยะ 15 ปี จึงมีผลกระทบต่อกรอบระเบียบปฏิบัติ ข้อกฏหมาย กรอบงบประมาณ และการกำหนดบทบาทอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอนาคตอันใกล้อย่างมีนัยสำคัญ เห็นควรให้มีการวิพากษ์เชิงวิชาการอย่างกว้างขวาง สมาคมฯ จึงขอเชิญชวนให้สมาชิกได้ร่วมกันศึกษาโครงการดังกล่าวตามเอกสารแนบต่อไปนี้

หากท่านสมาชิกมี ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ หรือคำถามเชิงวิชาการใด ๆ สมาคมฯ ยินดีเป็นสื่อกลางส่งข้อความของท่านให้แก่กรมควบคุมมลพิษในนามของสมาคมฯ ต่อไป ทั้งนี้ขอให้ท่านส่งข้อความของท่านมาได้ที่ info@taav.or.th ก่อนวันที่ 31 มกราคม 2565 ในการนี้สมาคมฯ ขอขอบคุณทุกท่านในความร่วมมือที่จะใช้ความรู้วิชาการเพื่อประโยชน์ของสาธารณชนสมดังวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ สืบไป